ปัญหาน้ำท่วมขังถนนหนึ่งอาทิตย์ไม่สดวกเวลาออกไปข้างนอกค่ะ ความสูงระดับน่าบ้านค่ะ น้ำท่วมมาแล้วประมาณไม่ถึงเข่าค่ะ
กรุงเทพมหานคร มีรายงานน้ำท่วม 3,037 รายการ ในจำนวนนี้ 58 รายการมีรูปภาพ รายงานล่าสุดมาจาก Floodboard บันทึกเมื่อ 7 ต.ค. 2026 06:14 ที่ ถนนเจ้าคุณทหาร, แขวงคลองสามประเวศ, เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร, 10520
ปัญหาน้ำท่วมขังถนนหนึ่งอาทิตย์ไม่สดวกเวลาออกไปข้างนอกค่ะ ความสูงระดับน่าบ้านค่ะ น้ำท่วมมาแล้วประมาณไม่ถึงเข่าค่ะ
กรุงเทพมหานคร อัปเดต 13 ตุลาคม 2569: กรุงเทพฯ เข้าสู่วันนี้ภายใต้การเตือนภัยระดับประเทศฉบับสุดท้าย จากฝนตกหนักเป็นหย่อม ๆ โดยคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ราว 60 เปอร์เซ็นต์ของกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง
ทางการเตือนว่า หากฝนตกหนักต่อเนื่อง อาจยังทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขังจากระบายน้ำไม่ทัน และอันตรายบนถนนในพื้นที่ต่ำ แม้ภาพรวมสถานการณ์จะดีขึ้นแล้วก็ตาม หลังผ่านไปราวสองสัปดาห์ของความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ ระบุว่าถนนสายหลักและเส้นทางการเดินทางสำคัญส่วนใหญ่ไม่มีน้ำท่วมขังแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งก่อน
ฐานข้อมูลของ Krap มีรายงานน้ำท่วมจากประชาชนในกรุงเทพมหานครรวม 3,037 รายงาน ส่งเข้ามาระหว่างเวลา 15.10 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม ถึง 17.14 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย โดย 1,597 รายงานระบุความลึกของน้ำเป็นเซนติเมตร ตัวเลขที่พบบ่อยที่สุดคือ 45 ซม. (393 รายงาน) ตามด้วย 25 ซม. (335 รายงาน) และ 10 ซม. (304 รายงาน) ส่วนระดับน้ำลึกที่สุดที่ถูกรายงานคือ 160 ซม.
จาก 900 รายงานที่ระบุสภาพถนน 774 รายงานบอกว่าน้ำลดแล้ว 73 รายงานบอกว่ารถเล็กผ่านไม่ได้ และ 53 รายงานบอกว่าถนนถูกปิดกั้น ส่วนอีก 2,137 รายงานไม่ได้ระบุว่ารถผ่านได้หรือไม่
เขตลาดกระบังมีรายงานมากที่สุด 112 รายงาน ตามด้วยหนองจอก (72) มีนบุรี (66) สายไหม (55) และประเวศ (34) มี 35 เขตที่มีรายงานอย่างน้อย 1 รายงาน และมี 58 รายงานที่แนบภาพถ่าย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มต้นเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2569 และฝนสะสมถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 26 กันยายนเกือบ 300 มม. โดยพื้นที่บึงขวาง เขตมีนบุรี คลองสามวา และสะพานสูง มีฝนสะสมราว 260-274 มม. [1] กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขยายประกาศเขตภัยพิบัติจาก 3 เขต (หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว) เป็นทั้ง 50 เขตเมื่อวันที่ 26 กันยายน [2]
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 29 กันยายนว่า กรุงเทพฯ มีผู้ประสบภัย 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย และระดับน้ำทรงตัว [3] ตัวเลขครัวเรือนและผู้เสียชีวิตเท่ากันนี้ปรากฏอีกครั้งในรายงานของ ปภ. ณ เวลา 06.00 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม [4]
ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 3 ระบุกรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันที่ 10 และ 11 ตุลาคม ขณะที่ฉบับที่ 1 และ 2 ก่อนหน้านี้ระบุกรุงเทพฯ ไว้ถึงวันที่ 12 ตุลาคม [5] รายงานแต่ละฉบับสะท้อนสภาพเฉพาะจุดและเฉพาะเวลาหนึ่งเท่านั้น การที่เขตใดไม่มีรายงานจึงไม่ได้พิสูจน์ว่าถนนในเขตนั้นแห้ง
Krap AI เป็นแพลตฟอร์มฟรีที่พัฒนาขึ้นโดยอาสาสมัคร เพื่อสนับสนุนอนาคตด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศไทย ใช้สนทนาทั่วไปได้ และอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้พยากรณ์น้ำท่วมได้โดยประมวลผลข้อมูลเปิด ซึ่งเป็นขีดความสามารถสำคัญในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างน้ำท่วมในประเทศไทย
คุณสามารถสนทนากับ Krap AI เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับอุทกภัยในกรุงเทพมหานคร แม้ Krap AI จะใช้โมเดล AI ด้านน้ำท่วมของตนเองโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถใช้โมเดล AI อื่นสำรองได้ในช่วงที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น
ฐานข้อมูลของ Krap มีรายงานน้ำท่วมจากประชาชนในกรุงเทพฯ 3,037 รายงาน ส่งเข้ามาระหว่างเวลา 15.10 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม ถึง 17.14 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย โดย 58 รายงานแนบภาพถ่าย
มี 1,597 รายงานที่ระบุความลึกเป็นเซนติเมตร ส่วนอีก 1,440 รายงานไม่ระบุความลึก ตัวเลขที่พบบ่อยที่สุดคือ 45 ซม. จำนวน 393 รายงาน
ตารางต่อไปนี้แสดงความลึกที่ถูกบันทึกในรายงานตั้งแต่ 5 รายงานขึ้นไป
ความลึกที่บันทึกจำนวนรายงาน 80 ซม.115 70 ซม.16 60 ซม.33 50 ซม.71 45 ซม.393 40 ซม.42 30 ซม.181 25 ซม.335 20 ซม.60 15 ซม.12 10 ซม.304 5 ซม.5 0 ซม.9ระดับน้ำที่ลึกที่สุดคือ 160 ซม. (1 รายงาน) 150 ซม. (2 รายงาน) และ 110, 100 และ 90 ซม. (อย่างละ 3 รายงาน)
จาก 900 รายงานที่ระบุสภาพถนน 774 รายงานบอกว่าน้ำลดแล้ว 73 รายงานบอกว่ารถเล็กผ่านไม่ได้ และ 53 รายงานบอกว่าถนนถูกปิดกั้น ส่วนอีก 2,137 รายงานไม่ได้ระบุว่ารถผ่านได้หรือไม่
ที่เขตบางเขน รายงานที่ส่งเข้ามาเมื่อเวลา 17.10 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม บันทึกความลึก 45 ซม. และระบุว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนมานานหนึ่งสัปดาห์ พร้อมภาพถ่าย [6] รายงานนี้ไม่ได้ระบุว่ารถผ่านได้หรือไม่
ช่วงบ่ายวันเดียวกันยังมีอีก 4 รายงานที่ระบุว่าถนนถูกปิดกั้นหรือสัญจรได้อย่างจำกัด
รายงานแต่ละฉบับอธิบายเพียงจุดเดียวในเวลาหนึ่ง และไม่อาจใช้แทนสภาพของซอยถัดไปได้
มี 35 เขตที่มีรายงานอย่างน้อย 1 รายงาน ส่วน 9 เขตที่ยังไม่มีรายงานเลย ได้แก่ บางขุนเทียน คลองเตย ราชเทวี ยานนาวา บางคอแหลม ราษฎร์บูรณะ บางพลัด บางกอกใหญ่ และพญาไท
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นางทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุ 11 เขตที่ยังต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ได้แก่ ลาดกระบัง บางกะปิ มีนบุรี สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม คลองสามวา สายไหม บางเขน หลักสี่ และลาดพร้าว [10] การแถลงครั้งเดียวกันระบุว่ามีน้ำท่วมขังประมาณ 42 เขต โดยพาดหัวข่าวนับเขตวิกฤตได้ 8 เขต แต่รายชื่อในเนื้อข่าวระบุไว้ 11 เขต [10]
ในช่วงเวลานั้น เขตลาดกระบังต้องการอาหารปรุงสุกเกือบ 20,000 กล่องต่อมื้อ [10]
นายชัชชาติระบุว่า ฝนสะสมถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569 เกือบ 300 มม. นับจากเวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ [1] พื้นที่บึงขวาง เขตมีนบุรี คลองสามวา และสะพานสูง มีฝนสะสมราว 260-274 มม. [1]
กรมอุตุนิยมวิทยาเคยเตือนว่าจะมีฝนตกหนัก และหนักมากในบางพื้นที่ ครอบคลุมภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 27 กันยายน [11] เมื่อวันที่ 25 กันยายน ผู้ว่าฯ ระบุว่าปริมาณฝนรวม 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 133 มม. และวัดได้ 112 มม. กับ 105 มม. ในเขตมีนบุรี [12]
สำนักการระบายน้ำ กทม. บันทึกปริมาณฝนสูงสุดรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงเช้าวันที่ 26 กันยายน จาก 5 สถานี ได้แก่ 210.0 มม. ที่เทศบาลสงเคราะห์ เขตจตุจักร, 205.5 มม. ที่คลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง, 203.5 มม. ที่สะพานสูง, 203.0 มม. ที่พญาไท และ 201.0 มม. ที่ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ [13]
ด้านนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ้างตัวเลขที่ต่างออกไป คือ 340 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นฝนสูงสุดของรอบนี้และมากที่สุดในรอบ 43 ปี นับจากปี 2526 โดยไม่ระบุสถานี [14] ตัวเลขเหล่านี้มาจากการวัดคนละแบบ จึงไม่ควรนำมาบวกหรือหาค่าเฉลี่ยรวมกัน
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายชัชชาติระบุว่าถนนสายหลักยังสัญจรได้ แต่มีน้ำท่วมขังในซอยย่อยและชุมชนริมคลอง [12] โดยระบุชื่อถนนนวมินทร์ ถนนสุวินทวงศ์ ถนนรามอินทรา ซอย 59 ถนนรามคำแหง ซอย 43 ถนนหลวงแพ่ง และถนนเจ้าคุณทหาร พร้อมระบุว่าถนนออเงินมีน้ำ 15 ซม. และถนนรามอินทรา 10 ซม. [12]
สำนักการระบายน้ำรายงานว่าถนนสายหลักในความรับผิดชอบของ กทม. 80 จุด มีน้ำท่วมขังหลังฝนตกตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน [15] ช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน ยังท่วมอยู่ 39 จุด ระบายแล้ว 41 จุด และจุดที่ท่วมส่วนใหญ่มีน้ำลึก 15-20 ซม. [15]
ข้อมูลของ กทม. เวลา 06.30 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม ระบุว่าถนนฉลองกรุงหน้า สจล. มีน้ำ 15-40 ซม. และรถเล็กผ่านไม่ได้ [16] ถนนหลวงแพ่งขาเข้าหน้าโลตัส ลาดกระบัง มีน้ำ 15-20 ซม. ส่วนถนนสุวินทวงศ์ ถนนกรุงเทพกรีฑา และถนนลาดกระบังบางช่วงมีน้ำ 5-10 ซม. [16]
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่งรายงานว่าถนนลาดกระบังยังมีน้ำท่วมสูง 3 โซน รถต้องชิดขวา [17] ได้แก่ ช่วงหน้าโฮมโปรและโรบินสัน ลาดกระบัง ถึงแยกกิ่งแก้ว ช่วงแยกไฟแดงแอร์พอร์ตลิงก์ถึงวัดสาม และช่วงลาดกระบังซอย 11 ถึงแยกสุขสมาน [17]
รายงานเดียวกันระบุว่าแยกโรงพยาบาลสิรินธร ฝั่งขาเข้าหน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง และทางเข้า สจล. แห้งหรือมีน้ำเล็กน้อย [17] ทั้งนี้เป็นรายงานของผู้ใช้ ไม่ใช่ข้อมูลทางการ
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีต ส.ส.ลาดกระบัง กล่าวอ้างเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า ถนนเจ้าคุณทหารขาเข้าท่วมขังนานกว่า 10 วัน และรถจักรยานยนต์ผ่านไม่ได้ [18] นี่เป็นคำกล่าวอ้างของนักการเมือง ไม่ใช่ข้อมูลทางการ
เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 4 ตุลาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ แถลงว่าระดับน้ำที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ลดลงราว 30-60 ซม. แต่บนถนนยังมีน้ำ 20-30 ซม. [19] โดยคาดว่าน้ำจะลดวันละประมาณ 25 ซม. และใช้เวลาอีกราว 2 วัน [19]
วันเดียวกัน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าบางจุดในเคหะร่มเกล้ายังสูงกว่า 1.30 ม. และน้ำบนเส้นทางสายหลักลดลงมากกว่า 30 ซม. [20] คำแถลงทั้งสองให้ภาพที่ต่างกันสำหรับพื้นที่เคหะแห่งเดียวกัน
นายชัชชาติระบุเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมว่า น้ำที่เคหะร่มเกล้าและลาดกระบังลดลง 50 ซม. และรถเข้าถึงศูนย์พักพิงได้ [21] เขาคาดว่าเคหะร่มเกล้า พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ จะแห้งร้อยละ 80 ในวันที่ 5 ตุลาคม [21]
ผู้ว่าฯ ยังระบุว่าคลองประเวศบุรีรมย์ลดลงวันละประมาณ 3-4 ซม. เรือลุงถั่ว 5 ลำ กำลังรวม 2,500 แรงม้า ช่วยดันน้ำไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนงและบึงหนองบอน และมีการเพิ่มเครื่องสูบน้ำแบบแกนไหลอีก 2 เครื่องที่เคหะร่มเกล้าและลาดกระบัง
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม รองโฆษกรัฐบาลแถลงว่าน้ำที่เคหะร่มเกล้าระบายออกแล้ว 30-70 ซม. โดยตั้งเป้าให้ลดอย่างน้อยวันละ 25 ซม. ขณะที่ถนนฉลองกรุงยังท่วมสูง ส่วนสายไหมและออเงินได้รับเครื่องสูบน้ำและเรือผลักดันน้ำเพิ่ม และคาดว่าจะแห้งภายใน 2 วัน
เมื่อเวลา 11.15 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม นางทวิดา กมลเวชช แถลงว่ายังมีจุดน้ำท่วมขัง 15-25 ซม. และสูงถึง 50 ซม. ในจุดลึก เช่น คลับเฮาส์หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก และเคหะร่มเกล้า [22] ขณะนี้มีหน่วยแพทย์ถาวรตั้งอยู่ที่คลับเฮาส์ฟลอร่าวิลล์ [22]
รายงานในช่วงเวลาใกล้เคียงกันระบุว่า หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก ยังมีน้ำ 50-70 ซม. และคาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติในราว 1 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายชัชชาติระบุว่าหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ภาพรวมของเมืองยัง "เต็มตลิ่ง" และเปราะบาง โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกที่ยังรับน้ำจากลาดกระบังและฉะเชิงเทรา [23] ฝนเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมเติมน้ำลงคลองแสนแสบอีก 60 มม. และบางจุดกลับมาท่วมซ้ำ [23]
ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 3 ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งใช้ข้อมูลวันที่ 8 ตุลาคม ระบุกรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันที่ 10 และ 11 ตุลาคม 2569 [5] ส่วนฉบับที่ 1 และ 2 ซึ่งใช้ข้อมูลวันที่ 7 ตุลาคม เคยระบุกรุงเทพฯ ไว้ถึงวันที่ 12 ตุลาคม [5]
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม กทม. ระบุว่าช่วงวันที่ 10-11 ตุลาคมอาจมีฝนสะสม 100-150 มม. [24] นายชัชชาติกล่าวว่า โดยปกติกรุงเทพฯ รับฝนได้ 60-70 มม. แต่เมื่อคลองเต็มแล้ว ฝน 60 มม. ก็จะทำให้น้ำท่วมเร็วขึ้น [23]
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าวันที่ 10-11 ตุลาคมจะมีฝนราว 30-50 มม. ในช่วงสั้น ๆ และลดลงในช่วงวันที่ 12-16 ตุลาคม ผู้แทนสำนักการระบายน้ำระบุว่าท่อระบายน้ำบริเวณสถานที่ประชุมประจำปีไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม รองรับฝนได้ชั่วโมงละ 80 มม. และกระทรวงการคลังแจ้งว่าสถานที่จัดงานและโรงแรมที่พักของผู้แทนทั้ง 21 แห่งไม่พบน้ำท่วมขังตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม กทม. คาดการณ์ว่าระดับแม่น้ำเจ้าพระยาจะอยู่ที่ประมาณ 2.25 เมตร เทียบกับแนวป้องกันน้ำท่วมสูงราว 2.80 เมตร และคาดว่าน้ำเหนือจะไหลผ่านกรุงเทพฯ ในวันที่ 4-5 ตุลาคม ในอัตราไม่เกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที [25] ชุมชน 11 แห่งใน 6 เขตนอกแนวป้องกันได้รับแจ้งเตือน ได้แก่ เขตดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน [25]
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ ระบุว่าคาดการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงสุดในวันนั้นที่ 1.72 เมตร ต่ำกว่าแนวป้องกันของ กทม. ราว 1.28 เมตร [26] นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัด กทม. ระบุว่ากรุงเทพฯ มีแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำราว 88 กิโลเมตร ซึ่งเสริมให้สูงขึ้นประมาณ 1.5 เมตร [27]
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม กทม. อ้างข้อมูลจากกรมอุทกศาสตร์ว่า น้ำเจ้าพระยาจะขึ้นสูงสุดเวลา 20.42 น. ที่ +1.76 ม.รทก. หน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย เทียบกับระดับวิกฤตที่ +3.00 ม.รทก. แนวป้องกันน้ำท่วมสูง 2.8-3.5 เมตร จึงเหลือระยะห่างจากสันแนว 1.16-1.49 เมตร
ทางต้นน้ำ กรมชลประทานเริ่มลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม จาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงชั่วโมงละประมาณ 20 จนเหลือ 2,400 เมื่อเวลา 13.00 น. [28] สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อเวลา 06.00 น. และกำลังลดลง [28]
เมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.05 ม.รทก. และสถานี C.2 มีน้ำไหลผ่าน 2,009 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 2.94 เมตร
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กทม. ขยายประกาศเขตภัยพิบัติจาก 3 เขต (หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว) เป็นทั้ง 50 เขต โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน [2]
ปภ. รายงานเมื่อวันที่ 27 กันยายนว่า กรุงเทพฯ มีผู้ประสบภัย 52,000 ครัวเรือน [29] และเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน รายงานว่ามี 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย และระดับน้ำทรงตัว [3]
ตัวเลข 329,000 ครัวเรือนไม่เปลี่ยนแปลงในรายงานของ ปภ. ตลอดจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม [4] เอกสารของ ปภ. ลงวันที่ 29 กันยายน ระบุว่าไม่มีผู้บาดเจ็บและไม่มีผู้สูญหาย และเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 233 แห่ง [30]
ตัวเลขประมาณการของ กทม. เองต่างออกไปและแยกไว้ต่างหาก เมื่อวันที่ 28 กันยายน นางทวิดา กมลเวชช ระบุว่าพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังราว 10-30 ซม. ขึ้นไป ครอบคลุมประมาณ 300,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน แม้บางครัวเรือนจะไม่มีน้ำเข้าตัวบ้าน [10] ศูนย์พักพิงที่อยู่ในความดูแลหรือประสานงานของ กทม. ประมาณ 234 แห่ง รองรับผู้พักพิงเกือบ 7,000 คน [10]
ศูนย์บัญชาการนับผู้ประสบภัยได้ราว 329,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน โดยเขตลาดกระบังมีประมาณ 30,000-40,000 คน เขตบางกะปิราว 20,000 คน เขตคันนายาวราว 30,000-40,000 คน และเขตหลักสี่ราว 10,000 คน ผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 1,500 คนถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลในสังกัด กทม.
ปภ. เปิดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือสำหรับ 65 จังหวัดและกรุงเทพฯ ผ่านแอป "ทางรัฐ" ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม 2569 หรือยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ [31] การช่วยเหลือจ่ายครั้งเดียวต่อครัวเรือนตาม 4 กรณี ได้แก่ น้ำท่วมไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินเสียหาย น้ำท่วมนานกว่า 7 วัน น้ำล้อมบ้านนานกว่า 7 วัน และอาคารสูงที่น้ำไม่ถึงชั้นที่พักแต่ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้นานกว่า 7 วัน [31]
เมื่อเวลา 07.30 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม กรุงเทพฯ มีครัวเรือนลงทะเบียนในแอปทางรัฐ 552,709 ครัวเรือน มากกว่าสมุทรปราการ (188,153) และปทุมธานี (161,594) [32] ส่วนชุดรายชื่อที่ ปภ. ส่งให้ธนาคารออมสินในวันนั้นไม่มีครัวเรือนในกรุงเทพฯ รวมอยู่ด้วย [32]
ยอดการยื่นขอผ่านเว็บไซต์ Claim Bangkok ของ กทม. เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม มีรายงานว่า 53,300 รายในการแถลงครั้งหนึ่ง [22] และราว 50,300 รายในอีกการแถลงหนึ่ง [33]
ผู้ประสบภัยขอรับความช่วยเหลือได้จาก 2 ทาง ได้แก่ เงินจากรัฐบาลตามมติ ครม. ครัวเรือนละ 5,000 หรือ 9,000 บาท โดยลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐหรือสำนักงานเขต และเงินจาก กทม. ตามความเสียหายจริง โดยค่าซ่อมแซมบ้านไม่เกิน 88,600 บาท [34]
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า ผู้อยู่อาศัยในแฟลตเคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ ที่เข้าเกณฑ์น้ำท่วมเกิน 7 วัน จะได้รับเงิน 5,000 บาทต่อครัวเรือน รวมถึงผู้อยู่อาศัยในอาคารสูงที่ชั้นพักอาศัยไม่ถูกน้ำท่วม [35] ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ. เคยกล่าวว่าผู้อยู่อาศัยกลุ่มนี้ "ไม่เข้าเกณฑ์" รับเงิน 5,000 หรือ 9,000 บาท เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์น้ำล้อมบ้านเกิน 7 วัน [36]
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 โรงเรียนสังกัด กทม. ใน 15 เขตที่ได้รับผลกระทบสูงถูกสั่งปิด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนถึง 2 ตุลาคม ได้แก่ คลองสามวา คันนายาว จตุจักร บางเขน บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง สายไหม หนองจอก และหลักสี่ [37] ส่วนอีก 14 เขตให้เป็นดุลพินิจของผู้อำนวยการเขต [37]
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม กระทรวงสาธารณสุขปรับโรงพยาบาลสนามที่โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง ซึ่งรองรับชุมชนร่มเกล้า ให้เป็นศูนย์ฟื้นฟูทางการแพทย์และสาธารณสุข ดำเนินการร่วมกับ กทม. และปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อให้โรงเรียนกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
แผนที่น้ำท่วมของ Krap แสดงรายงานแต่ละรายการในกรุงเทพฯ เป็นหมุดปักบนแผนที่ พร้อมสถานที่ เวลาที่ส่งรายงาน ความลึกเป็นเซนติเมตรเมื่อมีการบันทึกไว้ สถานะของถนน และภาพถ่ายเมื่อมีแนบมา รายงานจะรีเฟรชประมาณชั่วโมงละครั้ง เวลาที่แสดงบนแต่ละหมุดจึงสำคัญ
ระบบค้นหาเส้นทางรับจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางในประเทศไทย แล้วแสดงเส้นทางขับรถที่เร็วที่สุด พร้อมเส้นทางทางเลือกอีกไม่เกิน 3 เส้นทางเมื่อมี โดยจะแสดงรายงานที่อยู่ในรัศมีประมาณ 500 ม. จากถนนที่เลือก รายการที่ว่างเปล่าจึงไม่ได้แปลว่าถนนโล่ง
นายชัชชาติระบุว่าสถานการณ์เริ่มต้นเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2569 [1]
เขตลาดกระบัง มี 112 รายงาน
ขึ้นอยู่กับถนนแต่ละสาย มี 73 รายงานที่บอกว่ารถเล็กผ่านไม่ได้ 53 รายงานบอกว่าถนนถูกปิดกั้น และ 774 รายงานบอกว่าน้ำลดแล้ว
ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 3 ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุกรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันที่ 10 และ 11 ตุลาคม 2569 [5]
เวลา 17.14 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย
ไม่ใช่ Krap รวบรวมรายงานน้ำท่วมจากประชาชน และไม่ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการหรือส่งหน่วยกู้ภัยออกปฏิบัติการ
แสดง 29 จาก 2,531
เสรีไทยซอย2เมื่อไหร่จะมีการสูบน้ำออกน้ำเหม็นเน่าไม้ได้รับการดูแล ผมเอารถไปซ่อมอู่ตั้งแต่2กันยาปัจจุบันยังเข้าไปดูรถไม่ได้ พวกท่านทำไรอยู่ 16วันแล้สที่ผมไม่เห็นรถและเข้าซอยไม่ได้เพราะไม่มีมอไซค์กล้าเข้าถามคนแถวนั้นบอกถึงหัวเข่า ความสูงระดับหัวเข่า น้ำท่วมมาแล้วมากกว่า 1 สัปดาห์
ปัญหา
เบสท์ ตลอดทั้งหมู่บ้านดังกล่าว พบน้ำท่วมขัง ระดับน้ำสูงประมาณ 40 เซนติเมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ขอให้เร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากหมู่บ้าน หมู่บ้าน: เคหะธานี 4 ถนน: ราษฎร์พัฒนา เขต: สะพานสูง #1555
ปัญหา
เบสท์ ตลอดทั้งหมู่บ้านดังกล่าว พบน้ำท่วมขังระดับน้ำสูง ประมาณ 30 เซนติเมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ขอให้เร่งดำเนินการระบายน้ำออก หมู่บ้าน: การ์เด้นสวีท ซอย: ราษฎร์พัฒนา 25 ถนน: ราษฎร์พ้ฒนา เขต: สะพานสูง #1555
ปัญหา
ภายในซอยดังกล่าว ศรีนครพัฒนา 1 ตั้งแต่ช่วงหลังศาลพระพรหม ไปจนถึงซอยอุเทน 31 พบน้ำท่วมขังระดับเข่า รถยนต์ไม่สามารถสัญจรเข้า-ออกได้ เนื่องจากเครื่องสูบน้ำเดิมของเขตในจุดดังกล่าวชำรุดตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ทำให้ไม่มีการระบายน้ำลงคลอง ผู้ร้องมีความประสงค์ขอให้เร่งรัดประสานงานย้ายเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทานที่ติดตั้งอยู่บริเวณซอยอุเทน 18 และซอยอุเทน 16 (ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวแห้งและไม่มีน้ำท่วม
ขอความอนุเคราะห์ยกเลิกการลงทะเบียนเงินเยียวยาน้ำท่วม เพื่อดำเนินการเปลี่ยนตัวผู้ลงทะเบียนเป็นเจ้าบ้าน โดยมีรายละเอียดสถานที่ตั้ง ณ บ้านเลขที่ 111/1 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง
วางกองขยะที่เคลียร์จากบ้านหลังน้ำท่วมไว้หน้าบ้าน ต้องการให้รถขนขยะของ กทม.มาขนไปทิ้ง #กองขยะน้ำท่วม
รายงานน้ำท่วม
น้ำยังท่วมขังอยู่ในซอย เสรีไทย37 ครับ ความสูงระดับข้อเท้า น้ำท่วมมาแล้วมากกว่า 1 สัปดาห์
น้ำท่วมทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย เปิดไม่ติด
รายงานน้ำท่วม
รายงานน้ำท่วม
ไม่มีน้ำ
น้ำลดแล้ว
น้ำลดแล้ว
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
น้ำท่วมมา 1-2 อาทิตย์ไม่ลดเลย ความสูงระดับหน้าแข้ง น้ำท่วมมาแล้วมากกว่า 1 สัปดาห์
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ
ไม่มีน้ำ